หลบหลังก๊อก คิดว่ามองไม่เห็น

ฉันเป็นคนชอบหมา โดยเฉพาะหมาโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เพราะแสนจะมีจิตใจที่อ่อนโยน ไม่เคยโกรธใคร อินโนเซนต์สุดๆไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะไม่มีคำว่าผู้ใหญ่อยู่ในสารบบของหมาพันธ์ุนี้ ในช่วงที่ตูบน้อยอายุไม่กี่เดือนมันซนมาก กินรองเท้าแตะบ้านฉันตลอด ต้องใช้คำว่ากินค่ะ เพราะกินเข้าไปจริงๆ (อึของมันจะมีสีชมพู สีฟ้า สารพัดสีปนอยู่ ตามแต่สีรองเท้าแตะ) ถ้าใครมาบ้านฉ้นในช่วงนั้น คงอดขำไม่ได้ เพราะรองเท้าแตะที่บ้าน จะมีอยู่แค่ครึ่งหน้า ส่วนครึ่งหลังนั้นเสร็จน้องหมาเกือบทุกคู่ จะเหลือก็แต่คู่ที่เหนียวหรือแข็ง แทะยากเท่านั้นที่เหลือให้ใช้

ตอนนั้นฉันยังอยู่ในวัยขี้โมโหอยู่ (จริงๆอาจจะขี้โมโหทุกวัยก็ได้ แต่ไม่รู้ตัว)พอตื่นเช้ามา เห็นรองเท้าแตะถูกแทะเพิ่มอีกข้างทุกวันๆ ฉันก็โกรธมันทุกวัน จนมีวันหนึ่งเห็นคาตา คือรองเท้าถูกกัดคาปาก ฉันนี่ขึ้นเลย เลยว่ามันไป และให้มันหลบไปให้พ้นหน้า อย่าโผล่มาให้เห็น หมาน้อยเจอยักษ์ขมูขีอย่างฉันอาละวาด มันรีบวิ่งหนีไปหลบข้างตัวบ้านอีกด้านหนึ่งในสนาม ฉันก็แอบขำมัน แล้วลองเดินไปดู เห็นมันในระยะ 3-4 เมตร นั่งหลบอยู่หลังก๊อกน้ำข้างบ้าน โดยพยายามให้หัวก๊อกบังตาให้มิด เพราะคิดว่าถ้ามันไม่เห็นฉัน ฉันคงไม่เห็นมันแน่ แล้วมันก็ค่อยๆโผล่หัวขึ้นทีละน้อยๆ เพื่อแอบดูฉันครึ่งตา พอเห็นฉัน มันก็ก้มหลบตาหลังก๊อกให้มิดอีก 5555 ฉันขำหมาน้อยผู้แสนไร้เดียงสา แต่ต้องเก๊กหน้าให้ดูยังโกรธเข้าไว้ แล้วก็หันหลังเดินออกมา เพราะกลัวหลุดขำให้มันเห็น

วันนี้เล่าเพราะนึกถึงอดีตขึ้นมาได้ และนึกรู้เลยว่าเวลาเราเป็นเด็ก หรือกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ เราคิดว่าผู้ใหญ่(กว่า)มองไม่ออก แต่จริงๆเขามองออกแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น อย่าคิดว่าหลอกเขาได้นะคะ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหาร…ฮา)